📖 มาเรียนกันก่อน
วันนี้เราจะมารู้จัก สัตว์ กันค่ะ ว่าในโลกนี้มีสัตว์มากมายหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์เขาแบ่งกลุ่มสัตว์กันอย่างไร และสัตว์แต่ละกลุ่มมีลักษณะพิเศษอะไรบ้าง เริ่มจากภาพใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดก่อนนะคะ
🌍 อาณาจักรสิ่งมีชีวิต 5 อาณาจักร
นักวิทยาศาสตร์จัดจำแนกสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกออกเป็น 5 อาณาจักร (Kingdom) โดยดูจากลักษณะของเซลล์และการดำรงชีวิตค่ะ
อาณาจักร
สิ่งมีชีวิต
มอเนอรา
Monera
แบคทีเรีย
โพรทิสตา
Protista
อมีบา
ฟังไจ
Fungi
รา เห็ด
พืช
Plantae
ต้นไม้
สัตว์
Animalia
★ บทนี้
1. มอเนอรา (Monera) — สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส (เซลล์โพรคาริโอต) เช่น แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
2. โพรทิสตา (Protista) — สิ่งมีชีวิตที่มีนิวเคลียสแล้ว (ยูคาริโอต) ส่วนใหญ่เซลล์เดียว เช่น อมีบา พารามีเซียม สาหร่าย
3. ฟังไจ (Fungi) — พวกรา เห็ด ยีสต์ ดูดซึมอาหารจากซากสิ่งมีชีวิต สร้างอาหารเองไม่ได้
4. พืช (Plantae) — สร้างอาหารเองได้ด้วยการสังเคราะห์แสง เช่น ต้นไม้ ดอกไม้ หญ้า
5. สัตว์ (Animalia) — กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เคลื่อนที่ได้ เป็นกลุ่มที่เราจะเรียนกันในบทนี้ค่ะ
🔊 ฟังครูอธิบาย
🦀 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate)
อริสโตเติล นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ได้จำแนกสัตว์ออกเป็น 2 ประเภท ตาม "แกนกลางภายในลำตัว" (กระดูกสันหลัง) ได้แก่
① สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate) — ไม่มีแกนกระดูกในลำตัว
② สัตว์มีกระดูกสันหลัง (Vertebrate) — มีกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางลำตัว
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมีจำนวนมากที่สุดในโลก แบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้ 8 กลุ่มหลัก ดังนี้ค่ะ
1. ฟองน้ำ — ลำตัวมีรูพรุน อยู่กับที่ในทะเล กรองอาหารจากน้ำ
2. แมงกะพรุน / ไฮดรา (ไนดาเรีย) — ลำตัวนุ่ม มีหนวดและเข็มพิษไว้จับเหยื่อ
3. หนอนตัวแบน — ลำตัวแบนบาง เช่น พลานาเรีย พยาธิใบไม้
4. หอย / หมึก (มอลลัสกา) — ลำตัวนิ่ม ส่วนใหญ่มีเปลือกแข็งหุ้ม
5. ไส้เดือน / ปลิง — ลำตัวเป็นปล้องวงแหวน ลำตัวยาวอ่อนนุ่ม
6. สัตว์ขาปล้อง (อาร์โทรพอด) — มีขาเป็นข้อปล้อง มีเปลือกแข็งหุ้ม เช่น ปู กั้ง กุ้ง แมลง ตะขาบ (กลุ่มที่มีจำนวนชนิดมากที่สุด)
7. พยาธิตัวกลม — ลำตัวกลมยาว เรียวหัวท้าย เช่น พยาธิไส้เดือน
8. ดาวทะเล / เม่นทะเล / ปลิงทะเล (เอคไคโนเดิร์ม) — ผิวหนาม ลำตัวมักแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่า ๆ กัน
🔊 ฟังครูอธิบาย
🦴 สัตว์มีกระดูกสันหลัง (Vertebrate) 5 ประเภท
สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดูได้จากอวัยวะหายใจ จำนวนห้องหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และวิธีออกลูก ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้นะคะ
ประเภท อวัยวะหายใจ หัวใจ อุณหภูมิ การออกลูก ตัวอย่าง
ปลา เหงือก 2 ห้อง เลือดเย็น ไข่ (บางชนิดเป็นตัว เช่น ฉลาม ม้าน้ำ) ปลานิล ปลาทอง
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ผิวหนัง + ปอด 3 ห้อง เลือดเย็น ไข่ กบ คางคก
สัตว์เลื้อยคลาน ปอด 3 ห้อง (จระเข้ 4 ห้อง) เลือดเย็น ไข่เปลือกแข็ง งู เต่า
สัตว์ปีก ปอด 4 ห้อง เลือดอุ่น ไข่เปลือกแข็ง นก เป็ด
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปอด 4 ห้อง เลือดอุ่น ตัว (ยกเว้นตุ่นปากเป็ด=ไข่) คน สุนัข
เคล็ดจำง่าย: ยิ่งเป็นสัตว์ชั้นสูง หัวใจยิ่งมีห้องมากขึ้น (2 → 3 → 4 ห้อง) และเปลี่ยนจากเลือดเย็นเป็นเลือดอุ่น ส่วนการหายใจค่อย ๆ เปลี่ยนจากเหงือก (ในน้ำ) มาเป็นปอด (บนบก) ค่ะ
🔊 ฟังครูอธิบาย
🌡️ เลือดเย็น vs เลือดอุ่น
เรายังแบ่งสัตว์ตาม การปรับอุณหภูมิของร่างกาย ได้อีกแบบ คือเลือดเย็นกับเลือดอุ่นค่ะ
สัตว์เลือดเย็น (Cold-blooded) — อุณหภูมิร่างกาย เปลี่ยนแปลงตามสิ่งแวดล้อม ควบคุมเองไม่ได้ อากาศหนาวตัวก็เย็น อากาศร้อนตัวก็ร้อน ใช้พลังงานน้อย กินอาหารน้อย
ได้แก่ ปลา · สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก · สัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์เลือดอุ่น (Warm-blooded) — อุณหภูมิร่างกาย คงที่ ตลอดเวลา ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะร้อนหรือหนาว แต่ต้องใช้พลังงานรักษาอุณหภูมิมาก จึงกินอาหารบ่อย
ได้แก่ สัตว์ปีก · สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
🔊 ฟังครูอธิบาย
🔬 การสืบพันธุ์ของสัตว์
การสืบพันธุ์ (Reproduction) คือ การเพิ่มจำนวนของสิ่งมีชีวิต แบ่งได้ 2 แบบค่ะ
1. แบบไม่อาศัยเพศ — เพิ่มจำนวนโดย ไม่ใช้เซลล์สืบพันธุ์ ใช้ตัวเดียวก็ได้ลูก เช่น ไฮดราแตกหน่อ หรือสัตว์เซลล์เดียวแบ่งตัวออกเป็น 2
2. แบบอาศัยเพศ — ต้องใช้ เซลล์สืบพันธุ์ ของเพศผู้และเพศเมีย คือ ไข่ (Egg) + สเปิร์ม (Sperm) → ไซโกต (Zygote) แล้วเจริญเป็นตัวอ่อน
การที่ไข่กับสเปิร์มมารวมกัน เรียกว่า การปฏิสนธิ (Fertilization) ซึ่งมี 2 แบบ คือ
ปฏิสนธิภายนอก — ไข่กับสเปิร์มผสมกัน นอกตัว แม่ เช่น ปลา · สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (กบ) ที่ปล่อยไข่และสเปิร์มในน้ำ
ปฏิสนธิภายใน — ไข่กับสเปิร์มผสมกัน ในตัว แม่ เช่น สัตว์เลื้อยคลาน · สัตว์ปีก · สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (รวมถึงคน)
🔊 ฟังครูอธิบาย