🌿🔒

ห้องเรียนส่วนตัว ปอจู & กตัญญู

ใส่รหัสผ่านเพื่อเริ่มเรียน

🏠 กลับห้องเรียน · Basic PhysChem Bio · SKILL ไร้เทียมทาน

ชีวะ 2 — อาหารและสารอาหาร (Food & Nutrient)

ชีวะ 2 · การบ้าน 13 มิ.ย. 2569
📖 มาเรียนกันก่อน

วันนี้เราจะมารู้จัก อาหารและสารอาหาร กันค่ะ ทุกวันเรากินอาหารเข้าไปเพื่อให้ร่างกายเติบโต แข็งแรง และมีแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่รู้ไหมคะว่าในอาหารที่เรากินมี "สารอาหาร" ซ่อนอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน เราจะมาเรียนกันทีละหมู่เลยนะคะ

🍚 อาหาร กับ สารอาหาร ต่างกันอย่างไร

หลายคนคิดว่า "อาหาร" กับ "สารอาหาร" คือสิ่งเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกันนะคะ ลองดูคำอธิบายนี้ค่ะ

อาหาร (Food) — สิ่งที่เรากินเข้าไปแล้วเกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ข้าว ไข่ ผัก ผลไม้ นม เนื้อสัตว์ พูดง่าย ๆ คือ "จานอาหาร" ที่เราเห็นและกินได้
สารอาหาร (Nutrient) — สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ภายในอาหาร เมื่อร่างกายย่อยและดูดซึมแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่
จำง่าย ๆ: "ไข่ดาว" เป็น อาหาร · แต่ "โปรตีน" และ "ไขมัน" ที่อยู่ในไข่ดาวคือ สารอาหาร ค่ะ

สารอาหารแบ่งออกได้ 2 ประเภท ตามการให้พลังงาน ดังนี้ค่ะ

1. สารอาหารที่ให้พลังงาน — กินแล้วร่างกายได้พลังงานไปใช้ มี 3 ชนิด คือ โปรตีน · คาร์โบไฮเดรต · ไขมัน
2. สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน — ไม่ได้ให้พลังงาน แต่จำเป็นเพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานปกติ คือ วิตามิน · เกลือแร่ (และน้ำ)
หน่วยวัดพลังงานในอาหาร เรียกว่า กิโลแคลอรี (kilocalorie, kcal) ค่ะ ยิ่งอาหารมีพลังงานมาก ตัวเลขกิโลแคลอรีก็ยิ่งสูง
⚡ สารอาหารที่ให้พลังงาน 3 ชนิด

มาดูสารอาหารที่ให้พลังงานทั้ง 3 ชนิดกันค่ะ แต่ละชนิดมีหน้าที่ แหล่งอาหาร และให้พลังงานต่อ 1 กรัมไม่เท่ากันนะคะ

1. โปรตีน (Protein) — ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี/กรัม
หน้าที่: สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต สร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิคุ้มกัน
แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ถั่วต่าง ๆ
เมื่อย่อยแล้วได้: กรดอะมิโน · ย่อยที่: กระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก · ดูดซึมที่: ลำไส้เล็ก
2. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) — ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี/กรัม
หน้าที่: เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย ใช้ก่อนสารอาหารชนิดอื่น ทำให้เรามีแรงทำกิจกรรม
แหล่งอาหาร: ข้าว แป้ง ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำตาล เผือก มัน
เมื่อย่อยแล้วได้: น้ำตาลกลูโคส (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว) · ย่อยที่: ปากและลำไส้เล็ก · ดูดซึมที่: ลำไส้เล็ก
3. ไขมัน (Lipid) — ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี/กรัม (มากที่สุดในสารอาหารทั้งหมด!)
หน้าที่: เป็นพลังงานสะสมสำรอง ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และช่วยละลายวิตามิน A D E K ให้ร่างกายดูดซึมได้
แหล่งอาหาร: น้ำมันพืช เนย ไขมันสัตว์ กะทิ ถั่ว
เมื่อย่อยแล้วได้: กรดไขมัน + กลีเซอรอล · ย่อยที่: ลำไส้เล็ก · ดูดซึมที่: ลำไส้เล็ก (ผ่านท่อน้ำเหลือง)
เปรียบเทียบพลังงาน: โปรตีน = 4 · คาร์โบไฮเดรต = 4 · ไขมัน = 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม จำให้ขึ้นใจนะคะ เพราะตัวเลขนี้ใช้คำนวณพลังงานจากอาหารได้เลย
🔄 ลำดับการใช้พลังงานของร่างกาย

เมื่อร่างกายต้องการพลังงาน จะไม่ได้ดึงสารอาหารทั้ง 3 ชนิดออกมาใช้พร้อมกัน แต่เลือกใช้ตามลำดับค่ะ

คาร์โบไฮเดรต ใช้ก่อน (แหล่งหลัก) ไขมัน ใช้ต่อเมื่อคาร์โบหมด โปรตีน ใช้ท้ายสุด
ลำดับ: คาร์โบไฮเดรต → ไขมัน → โปรตีน · ร่างกายใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานก่อนเสมอ ถ้าคาร์โบไฮเดรตหมดจึงดึงไขมันมาใช้ และโปรตีนจะถูกใช้เป็นพลังงานเป็นลำดับสุดท้าย (เพราะหน้าที่หลักของโปรตีนคือสร้าง/ซ่อมแซมร่างกาย)
🍊 สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน (1): วิตามิน

วิตามิน (Vitamin) เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่จำเป็นมาก เพราะช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ ถ้าขาดวิตามินจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ค่ะ

วิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามการละลาย คือ

4.1 วิตามินที่ละลายในไขมัน — ได้แก่ วิตามิน A D E K ร่างกายเก็บสะสมไว้ได้
4.2 วิตามินที่ละลายในน้ำ — ได้แก่ วิตามิน B และ C ถ้ากินเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงควรกินบ่อย ๆ

มาดูตารางวิตามินที่ควรรู้ทั้ง 7 ชนิด ว่าถ้าขาดจะเป็นโรคอะไร และพบในอาหารชนิดใดบ้างนะคะ

วิตามินหน้าที่ขาดแล้วเป็นโรคพบในอาหาร
วิตามินเอ (A)บำรุงสายตา ผิวหนังตาบอดกลางคืนตับ แครอท ฟักทอง ไข่แดง
วิตามินบี1 (B1)ช่วยระบบประสาทและการเผาผลาญเหน็บชาข้าวกล้อง ถั่ว เนื้อหมู
วิตามินบี2 (B2)ช่วยการเจริญเติบโต บำรุงผิวปากนกกระจอก (มุมปากแตก)นม ไข่ ตับ ผักใบเขียว
วิตามินซี (C)สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้เหงือกแข็งแรงลักปิดลักเปิด (เลือดออกตามไรฟัน)ส้ม ฝรั่ง มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว
วิตามินดี (D)ช่วยดูดซึมแคลเซียม บำรุงกระดูกกระดูกอ่อน (โรคกระดูกในเด็ก)แสงแดด นม ไข่แดง ปลาทะเล
วิตามินอี (E)ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวเม็ดเลือดแดงแตกง่ายน้ำมันพืช ถั่ว จมูกข้าว
วิตามินเค (K)ช่วยให้เลือดแข็งตัวเลือดแข็งตัวช้า (เลือดออกง่าย)ผักใบเขียว ตับ
🧂 สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน (2): เกลือแร่

เกลือแร่ (Mineral) เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานเช่นกัน แต่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ฟัน เลือด และช่วยให้อวัยวะทำงานปกติ แบ่งตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ ดังนี้ค่ะ

5.1 เกลือแร่ที่ต้องการปริมาณมาก (มากกว่า 100 มิลลิกรัม/วัน) เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
5.2 เกลือแร่ที่ต้องการปริมาณน้อย (น้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/วัน) เช่น เหล็ก ไอโอดีน ฟลูออไรด์ สังกะสี

มาดูตารางเกลือแร่ที่ควรรู้ 5 ชนิด ว่าถ้าขาดจะเป็นอะไร และพบในอาหารชนิดใดนะคะ

เกลือแร่หน้าที่ขาดแล้วเป็นโรคพบในอาหาร
แคลเซียมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อกระดูกพรุน ฟันผุ เป็นตะคริวง่ายนม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย ผักใบเขียว
ไอโอดีนช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์คอพอกอาหารทะเล เกลือเสริมไอโอดีน
เหล็กสร้างเม็ดเลือดแดง (ฮีโมโกลบิน)โลหิตจาง (ซีด อ่อนเพลีย)ตับ เนื้อแดง ผักใบเขียวเข้ม ไข่แดง
ฟลูออไรด์ทำให้ฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุฟันผุง่ายน้ำดื่ม ใบชา อาหารทะเล
โพแทสเซียมช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริวง่ายกล้วย ส้ม มะเขือเทศ ผักผลไม้
🏴 ธงโภชนาการ

ในแต่ละวันร่างกายต้องการอาหารแต่ละประเภทไม่เท่ากัน นักโภชนาการจึงทำ ธงโภชนาการ เป็นรูปสามเหลี่ยม (พีระมิด) เพื่อบอกว่าอาหารกลุ่มไหนควรกินมาก กลุ่มไหนควรกินน้อย ค่ะ หลักง่าย ๆ คือ กินจากฐานมาก ไปยอดน้อย

5% 20% 35% 40% ไขมัน น้ำมัน น้ำตาล (น้อยสุด) เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ผัก ผลไม้ ข้าว แป้ง ธัญพืช (มากสุด)
ฐาน (40%) — ข้าว แป้ง ธัญพืช (คาร์โบไฮเดรต): กินมากที่สุด เป็นพลังงานหลัก
ชั้น 2 (35%) — ผัก ผลไม้: ให้วิตามินและเกลือแร่ กินรองลงมา
ชั้น 3 (20%) — เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ (โปรตีน): กินพอประมาณ
ยอด (5%) — ไขมัน น้ำมัน น้ำตาล: กินน้อยที่สุด เพราะให้พลังงานสูง กินมากเกินไปจะอ้วน
🧮 การคำนวณพลังงานในสารอาหาร

เราคำนวณพลังงานจากอาหารได้ โดยใช้สารอาหารที่ให้พลังงาน 3 ชนิด คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน แต่ละชนิดให้พลังงานต่อ 1 กรัมต่างกัน ตามตารางนี้ค่ะ

สารอาหารน้ำหนัก 1 กรัม ให้พลังงาน (กิโลแคลอรี)
คาร์โบไฮเดรต4
โปรตีน4
ไขมัน9
สูตรคำนวณ:
พลังงาน (กิโลแคลอรี) = น้ำหนักของสารอาหาร (กรัม) × พลังงานของสารอาหารนั้นต่อ 1 กรัม (กิโลแคลอรี)
ถ้าอาหารมีสารอาหารหลายชนิด ก็คำนวณทีละชนิดแล้วนำมารวมกันค่ะ

เช่น ถ้ามีน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) 10 กรัม จะให้พลังงาน = 10 × 4 = 40 กิโลแคลอรี · ส่วนวิธีคำนวณอาหารหลายชนิดรวมกัน เราจะไปฝึกในตัวอย่างโจทย์หน้าถัดไปนะคะ

📝 ตัวอย่างโจทย์ & การบ้าน
ตัวอย่าง
อาหารชนิดหนึ่งมีส่วนประกอบของ ไข่ไก่ 15 กรัม, แป้ง 12 กรัม และน้ำมันพืช 5 กรัม จงคำนวณหาพลังงานของอาหารชนิดนี้
เฉลย: 153 กิโลแคลอรี
ขั้นที่ 1 — ดูว่าอาหารแต่ละอย่างเป็นสารอาหารชนิดใด และให้พลังงานต่อกรัมเท่าไร
• ไข่ไก่ = แหล่งโปรตีน → 4 กิโลแคลอรี/กรัม
• แป้ง = แหล่งคาร์โบไฮเดรต → 4 กิโลแคลอรี/กรัม
• น้ำมันพืช = แหล่งไขมัน → 9 กิโลแคลอรี/กรัม

ขั้นที่ 2 — คูณน้ำหนัก × พลังงานต่อกรัม ของแต่ละอย่าง
• ไข่ไก่: 15 × 4 = 60 กิโลแคลอรี
• แป้ง: 12 × 4 = 48 กิโลแคลอรี
• น้ำมันพืช: 5 × 9 = 45 กิโลแคลอรี

ขั้นที่ 3 — นำพลังงานทั้งหมดมารวมกัน
60 + 48 + 45 = 153 กิโลแคลอรี
✅ อาหารชนิดนี้ให้พลังงานทั้งหมด 153 กิโลแคลอรี ค่ะ
✏️ การบ้าน ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
บอกว่าสารอาหารแต่ละชนิดได้รับจากวัตถุดิบใดในเมนูต่อไปนี้
เมนู 1: ข้าวผัดกุนเชียงหมูสับ ไข่ดาว น้ำส้ม
เมนู 2: ต้มยำกุ้ง ข้าวสวย น้ำแตงโม
แต่ละเมนูให้บอก: โปรตีน / คาร์โบไฮเดรต / ไขมัน / วิตามิน / เกลือแร่ ได้จากอะไร
เฉลยตอนที่ 1 (ข้อนี้ปลายเปิด ตอบได้หลายแบบ ถ้าจับคู่ถูกหลัก)
เมนู 1: ข้าวผัดกุนเชียงหมูสับ ไข่ดาว น้ำส้ม
• โปรตีน ← กุนเชียง, หมูสับ, ไข่ดาว
• คาร์โบไฮเดรต ← ข้าว (ข้าวผัด)
• ไขมัน ← น้ำมันที่ใช้ผัด, ไข่แดง, ไขมันในกุนเชียง
• วิตามิน ← น้ำส้ม (วิตามินซี)
• เกลือแร่ ← น้ำส้ม, ไข่ (เหล็ก), กุนเชียง (โซเดียม)

เมนู 2: ต้มยำกุ้ง ข้าวสวย น้ำแตงโม
• โปรตีน ← กุ้ง
• คาร์โบไฮเดรต ← ข้าวสวย
• ไขมัน ← น้ำมัน/กะทิในต้มยำ, มันกุ้ง
• วิตามิน ← น้ำแตงโม (วิตามินเอ/ซี), เครื่องต้มยำ (ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก)
• เกลือแร่ ← กุ้ง (แคลเซียม/ฟอสฟอรัส), น้ำปลาในต้มยำ (โซเดียม)
✏️ การบ้าน ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
โยงเส้นจับคู่เกลือแร่/วิตามินกับประโยชน์ให้ถูกต้อง
ฝั่งซ้าย: แคลเซียม · ฟลูออไรด์ · เหล็ก · ไอโอดีน · แคลเซียม
ฝั่งขวา: ป้องกันโรคคอพอก · เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง · ไม่เป็นตะคริวง่าย · ป้องกันฟันผุ · ป้องกันโรคโลหิตจาง
เฉลยตอนที่ 2
• แคลเซียม ↔ เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
• ฟลูออไรด์ ↔ ป้องกันฟันผุ
• เหล็ก ↔ ป้องกันโรคโลหิตจาง
• ไอโอดีน ↔ ป้องกันโรคคอพอก
• แคลเซียม (ตัวที่ 5) ↔ ไม่เป็นตะคริวง่าย — เพราะแคลเซียมช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ ถ้าขาดจะเป็นตะคริวง่าย
📌 หมายเหตุ: ในเล่มพิมพ์คำว่า "แคลเซียม" ซ้ำ 2 ครั้งในฝั่งซ้าย (รายการที่ 1 และ 5) — รายการที่ 5 อาจตั้งใจให้เป็น "โพแทสเซียม" ซึ่งก็ช่วยป้องกันตะคริวเช่นกัน เราเฉลยตามตัวพิมพ์ในเล่ม (แคลเซียม) ซึ่งถูกต้องตามหลักวิชาด้วยค่ะ
✏️ การบ้าน ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
คำนวณพลังงานจากเมนูต่อไปนี้ — ส้มตำข้าวเหนียว ไก่ย่าง ชาไข่มุก
• ข้าวเหนียว 30 กรัม
• ไก่ย่าง 100 กรัม
• ชานม 120 กรัม
• ไข่มุก 50 กรัม
จงหาพลังงานของแต่ละอย่าง และรวมพลังงานทั้งหมด
เฉลยตอนที่ 3: รวม 1,200 กิโลแคลอรี
ขั้นที่ 1 — จัดประเภทสารอาหารหลักของอาหารแต่ละอย่าง (คิดแบบง่าย 1 อาหาร = สารอาหารหลัก 1 ชนิด ตามแนวตัวอย่างหน้า 17)
• ข้าวเหนียว = คาร์โบไฮเดรต (4 กิโลแคลอรี/กรัม)
• ไก่ย่าง = โปรตีน (4 กิโลแคลอรี/กรัม)
• ชานม = คาร์โบไฮเดรต จากน้ำตาลและนม (4 กิโลแคลอรี/กรัม)
• ไข่มุก = คาร์โบไฮเดรต จากแป้งมัน (4 กิโลแคลอรี/กรัม)

ขั้นที่ 2 — คูณน้ำหนัก × พลังงานต่อกรัม
• ข้าวเหนียว: 30 × 4 = 120 กิโลแคลอรี
• ไก่ย่าง: 100 × 4 = 400 กิโลแคลอรี
• ชานม: 120 × 4 = 480 กิโลแคลอรี
• ไข่มุก: 50 × 4 = 200 กิโลแคลอรี

ขั้นที่ 3 — รวมพลังงานทั้งหมด
120 + 400 + 480 + 200 = 1,200 กิโลแคลอรี
📌 หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นใช้สมมติฐานง่ายว่าอาหารแต่ละอย่างจัดเป็นสารอาหารหลักชนิดเดียว ตามแนวตัวอย่างในเล่ม ในความเป็นจริงชานมและไก่ย่างมีไขมันปนด้วย ค่าพลังงานจริงจึงขึ้นกับปริมาณสารอาหารแต่ละชนิดที่โจทย์กำหนด
✏️ การบ้าน ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
พีระมิดโภชนาการเป็นแนวทางการบริโภคในสัดส่วนที่เหมาะสม ข้อใด "ไม่ถูกต้อง" (TEDET68)
A. ในแต่ละวันควรรับประทานไขมันและน้ำตาลน้อยกว่าอาหารประเภทอื่น
B. ถ้ารับประทานไขมันมากเกินไปจะขาดพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
C. อาหารที่ควรบริโภคมากที่สุดในแต่ละวัน คือ ธัญพืชที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ
D. วิตามินและเกลือแร่ที่พบมากในผลไม้และผัก ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกาย
E. เด็กและวัยรุ่นควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด ชีส ทุกวัน เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างกระดูก
เฉลย: ข้อ B (ไม่ถูกต้อง)
• A ถูก — ไขมันและน้ำตาลอยู่ยอดพีระมิด (5%) จึงควรกินน้อยที่สุด
• B ผิด ✅ — ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด (9 กิโลแคลอรี/กรัม) กินมากเกินไปจะทำให้พลังงานเกินจนอ้วน ไม่ใช่ "ขาดพลังงาน" ประโยคนี้จึงผิด
• C ถูก — ฐานพีระมิด (40%) คือข้าว/แป้ง/ธัญพืช (คาร์โบไฮเดรต) ควรกินมากที่สุด
• D ถูก — วิตามินและเกลือแร่จากผักผลไม้ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกาย
• E ถูก — นมและผลิตภัณฑ์นมมีแคลเซียม ช่วยการเจริญเติบโตและเสริมกระดูกของเด็ก/วัยรุ่น
ดังนั้นข้อที่ไม่ถูกต้องคือ ข้อ B ค่ะ
🧬 แบบทดสอบ · 5 ข้อ · คิดก่อน แล้วเลือกคำตอบ ครูเฉลยให้ทุกข้อ
0:00 0:00 🔊 เสียงครู