✏️🔒

ห้องเรียนส่วนตัว ปอจู & กตัญญู

ใส่รหัสผ่านเพื่อเริ่มเรียน

🏠 กลับห้องเรียน · BASIC Science Test · SKILL ไร้เทียมทาน

✏️ การบ้าน · Quiz วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569

🏷️ ตะลุยข้อสอบวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 19 · การบ้านจากเล่มจริง 4 ข้อ
📖 ห้องบทเรียน ✏️ ห้องการบ้าน
📖
เปิดหนังสือหน้า 179-180 ตามไปด้วยได้เลยนะคะ
✏️ การบ้านข้อ 1 — ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีใด แ…
ข้อ 1
ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีใด และกาแล็กซีนั้นมีรูปร่างแบบใด
📝 ข้อนี้เป็นข้อเขียนตอบ ไม่มีตัวเลือก — ลองเขียนคำตอบเองก่อนแล้วค่อยดูเฉลยนะคะ
เฉลย: อยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way) ซึ่งมีรูปร่างแบบกังหันหรือก้นหอย (spiral galaxy) มีแขนโค้งหลายแขนหมุนวนออกจากใจกลาง
กาแล็กซี คือ อาณาจักรของดาวฤกษ์นับแสนล้านดวง พร้อมแก๊สและฝุ่นระหว่างดาว ที่ยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงโน้มถ่วง · ระบบสุริยะของเราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก โดยตั้งอยู่บริเวณแขนก้นหอยแขนหนึ่ง ห่างจากใจกลางกาแล็กซีประมาณ 26,000 ปีแสง · รูปร่างของกาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นแบบกังหันหรือก้นหอย ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเป็นวงก้นหอยที่มีแขนโค้งหลายแขนแผ่ออกจากใจกลาง ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นเป็นแผ่นจานแบนที่ป่องตรงกลาง (นักดาราศาสตร์ปัจจุบันจัดว่าเป็นก้นหอยแบบมีคาน) · ในคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท เราจะมองเห็นแถบฝ้าขาวจาง ๆ พาดผ่านท้องฟ้า นั่นคือแนวระนาบของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เรามองจากด้านใน
✅ เกณฑ์ให้คะแนน: ต้องตอบครบ 2 ส่วน คือชื่อ 'ทางช้างเผือก' และรูปร่าง 'กังหัน/ก้นหอย' (ตอบเพียงชื่ออย่างเดียวได้ครึ่งคะแนน)
✏️ การบ้านข้อ 2 — สแตนเลย์ยืนหันหน้าเข้าหากำแพ…
ข้อ 2
สแตนเลย์ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง โดยยืนห่างกำแพง 1 เมตร หลังจากนั้นเขาทำการตะโกนไปที่กำแพง ข้อใดอธิบายผลการทดลองได้ดีที่สุด
1. เขาสามารถได้ยินเสียงสะท้อนเพราะเขามีประสาทการรับฟังที่ดีมาก
2. เขาสามารถได้ยินเสียงสะท้อนเพราะกำแพงที่อยู่ข้างหน้าเขาสะท้อนเสียงกลับมา
3. เขาไม่สามารถได้ยินเสียงสะท้อนเพราะกำแพงดูดซับพลังงานเสียงเอาไว้
4. เขาไม่สามารถได้ยินเสียงสะท้อนเพราะระยะเวลาของการได้ยินเสียงสะท้อนสั้นเกินกว่าที่เขาจะสามารถแยกเสียงสะท้อนได้
เฉลย: เขาไม่สามารถได้ยินเสียงสะท้อนเพราะระยะเวลาของการได้ยินเสียงสะท้อนสั้นเกินกว่าที่เขาจะสามารถแยกเสียงสะท้อนได้
ลองคำนวณจริงจะเห็นชัด · เสียงเดินทางในอากาศด้วยความเร็วประมาณ 340 เมตรต่อวินาที · เสียงต้องเดินทางไปกำแพง 1 เมตร แล้วสะท้อนกลับมาอีก 1 เมตร รวมระยะทางไป-กลับ 2 เมตร · เวลาที่ใช้ = ระยะทางหารด้วยความเร็ว = 2 หารด้วย 340 ซึ่งได้ประมาณ 0.006 วินาที หรือหกในพันวินาที · หูของคนเราจะแยกเสียงต้นฉบับออกจากเสียงสะท้อนได้ก็ต่อเมื่อเสียงทั้งสองห่างกันอย่างน้อยประมาณ 0.1 วินาที ซึ่งต้องยืนห่างกำแพงอย่างน้อยราว 17 เมตร · เวลา 0.006 วินาทีสั้นกว่ามาก สมองจึงรับรู้เป็นเสียงเดียวกัน แยกเสียงสะท้อนไม่ออก → ตอบข้อ 4 · ตัดข้อ 1 และ 2 เพราะสรุปว่าได้ยินเสียงสะท้อน ซึ่งไม่จริงที่ระยะเพียง 1 เมตร · ตัดข้อ 3 กำแพงแข็งเป็นตัวสะท้อนเสียงที่ดี ไม่ได้ดูดซับเสียง เสียงสะท้อนกลับมาจริงแต่เร็วเกินกว่าจะแยกได้
✏️ การบ้านข้อ 3 — ใบไม้สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สกับ…
ข้อ 3
ใบไม้สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมระหว่างการหายใจได้เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ จากรูป P คือลูกศรทึบที่ชี้เข้าสู่ใบ และ Q คือลูกศรประที่ชี้ออกจากใบ ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับแก๊ส P และ Q
1. P = ออกซิเจน · Q = คาร์บอนไดออกไซด์
2. P = ออกซิเจน · Q = ออกซิเจน
3. P = คาร์บอนไดออกไซด์ · Q = คาร์บอนไดออกไซด์
4. P = คาร์บอนไดออกไซด์ · Q = ออกซิเจน
เฉลย: P = ออกซิเจน · Q = คาร์บอนไดออกไซด์
จุดสำคัญคือโจทย์ระบุชัดว่าเป็น 'การหายใจ' ไม่ใช่การสังเคราะห์ด้วยแสง นักเรียนมักตอบผิดเพราะรีบสรุปว่าพืชต้องรับคาร์บอนไดออกไซด์เสมอ · การหายใจของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมทั้งพืช คือการนำแก๊สออกซิเจนเข้าไปสลายอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน แล้วปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับไอน้ำออกมา · ดูทิศทางลูกศรในรูป ลูกศร P ชี้เข้าไปในใบ จึงเป็นแก๊สที่พืชรับเข้า = ออกซิเจน · ลูกศร Q ชี้ออกจากใบ จึงเป็นแก๊สที่พืชปล่อยออก = คาร์บอนไดออกไซด์ → ตอบข้อ 1 · ตัดข้อ 4 เป็นกรณีของการสังเคราะห์ด้วยแสงซึ่งรับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน แต่โจทย์ถามการหายใจ · ตัดข้อ 2 และ 3 เป็นไปไม่ได้ เพราะแก๊สที่เข้ากับที่ออกต้องเป็นคนละชนิด · ข้อควรจำ พืชหายใจตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดเฉพาะเมื่อมีแสงเท่านั้น
✏️ การบ้านข้อ 4 — การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อได…
ข้อ 4
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อได้รับพิษจากตะขาบกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดแล้วทาด้วยแอมโมเนียบริเวณที่ถูกกัด และถ้านำพิษของตะขาบมาทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส กระดาษจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
1. สีแดงไม่เปลี่ยนสี
2. สีน้ำเงินไม่เปลี่ยนสี
3. จากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
4. จากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
เฉลย: จากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
ต้องใช้เบาะแสจากวิธีปฐมพยาบาลเป็นตัวตั้ง · แอมโมเนียเป็นสารที่มีสมบัติเป็น 'เบส' การใช้เบสมารักษาแสดงว่าพิษที่อยู่ในแผลต้องมีสมบัติตรงข้าม คือเป็น 'กรด' เพราะกรดกับเบสจะทำปฏิกิริยาสะเทินกันแล้วลดความรุนแรงของพิษลง · เมื่อรู้ว่าพิษตะขาบเป็นกรด ก็ใช้หลักการของกระดาษลิตมัสได้ทันที คือ สารที่เป็นกรดจะเปลี่ยนกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินให้เป็นสีแดง และไม่ทำให้ลิตมัสสีแดงเปลี่ยนสี · โจทย์ถามถึง 'การเปลี่ยนแปลง' ที่เกิดขึ้น จึงต้องตอบการเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง → ข้อ 4 · ตัดข้อ 1 แม้จะเป็นความจริงว่าลิตมัสแดงไม่เปลี่ยนสีเมื่อเจอกรด แต่ไม่ใช่ 'การเปลี่ยนแปลง' ที่โจทย์ถามหา · ตัดข้อ 2 ผิด เพราะลิตมัสน้ำเงินต้องเปลี่ยนเป็นแดงเมื่อเจอกรด · ตัดข้อ 3 เป็นผลของเบส ไม่ใช่กรด
🎉 ทำครบทุกข้อแล้ว! เก่งมากค่ะ
0:00 0:00 🔊 เสียงครู