✏️ การบ้าน · Quiz วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2569
🏷️ ตะลุยข้อสอบวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 23 · การบ้านจากเล่มจริง 4 ข้อ
📖
เปิดหนังสือหน้า 218-219 ตามไปด้วยได้เลยนะคะ
✏️ การบ้านข้อ 1 — มาร์กี้เติมน้ำ 100 ลูกบาศก์เ…
ข้อ 1
มาร์กี้เติมน้ำ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในบีกเกอร์ขนาด 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วต่อกับหลอดฉีดยาขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตรที่มีอากาศอยู่เต็ม ดังรูป · มาร์กี้ดันก้านของหลอดฉีดยา ทำให้อากาศทั้งหมดถูกอัดเข้าไปในบีกเกอร์ ปริมาตรของอากาศมากที่สุดในบีกเกอร์เป็นเท่าใด
📝 ข้อนี้เป็นข้อเขียนตอบ ไม่มีตัวเลือก — ลองเขียนคำตอบเองก่อนแล้วค่อยดูเฉลยนะคะ
เฉลย: 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร (เท่ากับปริมาตรของช่องว่างเหนือผิวน้ำในบีกเกอร์)
ขั้นที่ 1 หาช่องว่างที่อากาศจะอยู่ได้ในบีกเกอร์ บีกเกอร์จุได้ 300 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีน้ำอยู่แล้ว 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ช่องว่างเหนือน้ำจึงเหลือ 300 − 100 = 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร · ขั้นที่ 2 นึกถึงสมบัติของแก๊ส แก๊สไม่มีรูปร่างและปริมาตรที่แน่นอน แต่จะฟุ้งกระจายเต็มภาชนะที่บรรจุเสมอ ดังนั้นอากาศทั้งหมดในบีกเกอร์จะแผ่ตัวจนเต็มช่องว่าง 200 ลูกบาศก์เซนติเมตรพอดี · ขั้นที่ 3 เมื่อมาร์กี้ดันอากาศจากหลอดฉีดยาอีก 100 ลูกบาศก์เซนติเมตรเข้าไป อากาศเดิม 200 บวกอากาศใหม่ 100 รวมเป็นเนื้ออากาศเท่ากับ 300 ลูกบาศก์เซนติเมตรที่ความดันปกติ แต่ทั้งหมดถูกอัดให้อยู่ในพื้นที่เพียง 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร ทำให้อากาศในบีกเกอร์มีความดันสูงขึ้น · ขั้นที่ 4 คำตอบของ 'ปริมาตรของอากาศในบีกเกอร์' จึงเป็น 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นค่ามากที่สุดที่เป็นไปได้ เพราะอากาศขยายไปมากกว่านี้ไม่ได้ · บทเรียนสำคัญคือ แก๊สถูกบีบอัดได้ ปริมาตรของแก๊สจึงเท่ากับปริมาตรของภาชนะที่บรรจุเสมอ
✅ เกณฑ์ให้คะแนน: ต้องตอบ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร พร้อมเหตุผลว่าแก๊สฟุ้งเต็มช่องว่างที่เหลือของภาชนะ (300 ลบ 100)
✏️ การบ้านข้อ 2 — การปรับตัวของสัตว์ในข้อใดส่ง…
ข้อ 2
การปรับตัวของสัตว์ในข้อใดส่งผลให้ถูกล่าลดลง
1. หมาป่าขั้วโลกมีใบหูและจมูกสั้น
2. อูฐมีโหนก มีขนตายาว และมีขายาว
3. กบมีพังผืดเชื่อมระหว่างนิ้วคล้ายใบพาย
4. หมีขั้วโลกมีขนหนาปกคลุมร่างกายและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
เฉลย: กบมีพังผืดเชื่อมระหว่างนิ้วคล้ายใบพาย
โจทย์ถามการปรับตัวที่ช่วยให้ 'ถูกล่าน้อยลง' ซึ่งต้องเกี่ยวกับการหนีศัตรูหรือการหลบซ่อน ไม่ใช่การทนต่อสภาพอากาศ · ข้อ 3 ถูก พังผืดระหว่างนิ้วเท้าของกบทำหน้าที่เหมือนใบพาย ช่วยให้กบว่ายน้ำได้เร็วและกระโดดหนีลงน้ำได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีศัตรูเข้ามาใกล้ กบจึงหนีรอดได้ดีขึ้น โอกาสถูกล่าจึงลดลง · ตัดข้อ 1 หมาป่าขั้วโลกมีใบหูและจมูกสั้น เป็นการปรับตัวเพื่อลดพื้นที่ผิวที่สูญเสียความร้อน ช่วยให้ทนอากาศหนาวได้ ไม่เกี่ยวกับการถูกล่า · ตัดข้อ 2 โหนกของอูฐเก็บไขมันไว้ใช้ยามขาดอาหาร ขนตายาวกันทรายเข้าตา ขายาวช่วยให้ลำตัวห่างจากพื้นทรายร้อน ทั้งหมดเป็นการปรับตัวให้อยู่รอดในทะเลทราย ไม่ใช่เรื่องผู้ล่า · ตัดข้อ 4 ขนหนาและชั้นไขมันของหมีขั้วโลกช่วยเก็บความอบอุ่นในเขตหนาวเย็น อีกทั้งหมีขั้วโลกเป็นผู้ล่าอันดับสูงสุด แทบไม่มีสัตว์อื่นล่ามันอยู่แล้ว
✏️ การบ้านข้อ 3 — ปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมเกิ…
ข้อ 3
ปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมเกิดจากสาเหตุใด
1. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
2. ดวงจันทร์โคจรรอบดวงอาทิตย์
3. โลกหมุนรอบตัวเอง
4. ดวงจันทร์โคจรรอบโลก
เฉลย: ดวงจันทร์โคจรรอบโลก
ข้างขึ้นข้างแรม คือการที่เรามองเห็นส่วนสว่างของดวงจันทร์เปลี่ยนรูปร่างไปในแต่ละคืน จากเสี้ยวบางไปจนเต็มดวงแล้วกลับมาเสี้ยวอีกครั้ง ครบรอบประมาณ 29.5 วัน · สาเหตุคือดวงจันทร์โคจรรอบโลก ทำให้ตำแหน่งของดวงจันทร์เมื่อเทียบกับโลกและดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ · ดวงจันทร์ได้รับแสงอาทิตย์เพียงครึ่งดวงเสมอ แต่มุมที่เรามองจากโลกเปลี่ยนไป เราจึงเห็นส่วนที่สว่างมากบ้างน้อยบ้าง เมื่อดวงจันทร์อยู่ด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เราจะเห็นเต็มดวง เมื่ออยู่ด้านเดียวกับดวงอาทิตย์เราจะมองไม่เห็นเลยคือเดือนดับ → ตอบข้อ 4 · ตัดข้อ 1 การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นสาเหตุของฤดูกาลและการเปลี่ยนกลุ่มดาวประจำฤดู ไม่ใช่ข้างขึ้นข้างแรม · ตัดข้อ 2 ผิดข้อเท็จจริง ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์โดยตรง · ตัดข้อ 3 การหมุนรอบตัวเองของโลกทำให้เกิดกลางวันกลางคืนและการขึ้นตกของดวงดาว ไม่ใช่ข้างขึ้นข้างแรม
✏️ การบ้านข้อ 4 — นักเรียนคนหนึ่งต้องการทำขนมป…
ข้อ 4
นักเรียนคนหนึ่งต้องการทำขนมปัง โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1) นำไข่ไก่ นมสด วิปปิ้งครีม และน้ำตาล ตีผสมเข้าด้วยกัน 2) ร่อนแป้งขนมปัง แป้งเค้ก นมผง เกลือ และน้ำตาล ตีผสมเข้าด้วยกัน 1-2 นาที 3) ใส่ยีสต์ในส่วนผสมของขั้นตอนที่ 1) ตั้งทิ้งไว้ 10 นาที รอจนแป้งนุ่มฟู 4) นวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน · จากข้อมูล ขั้นตอนใดมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเกิดขึ้น
1. ขั้นตอนที่ 1)
2. ขั้นตอนที่ 2)
3. ขั้นตอนที่ 3)
4. ขั้นตอนที่ 4)
เฉลย: ขั้นตอนที่ 3) ใส่ยีสต์แล้วตั้งทิ้งไว้จนแป้งนุ่มฟู
หลักการตัดสินคือ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีต้องเกิดสารใหม่ สังเกตได้จากการเกิดแก๊ส เปลี่ยนสี เกิดตะกอน มีกลิ่นใหม่ หรือย้อนกลับไม่ได้ · ขั้นตอนที่ 1 นำไข่ นมสด วิปปิ้งครีม และน้ำตาล มาตีผสมกัน เป็นเพียงการผสมสารเข้าด้วยกัน แต่ละอย่างยังคงเป็นสารเดิม = ทางกายภาพ · ขั้นตอนที่ 2 ร่อนแป้งและผสมส่วนผสมแห้ง เป็นการแยกก้อนแป้งด้วยตะแกรงและการคลุกเคล้า ไม่มีสารใหม่ = ทางกายภาพ · ขั้นตอนที่ 3 ใส่ยีสต์แล้วตั้งทิ้งไว้ ยีสต์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลายน้ำตาลในแป้งด้วยกระบวนการหมัก ได้ผลผลิตเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ แก๊สที่เกิดขึ้นดันให้แป้งพองฟูขึ้น การเกิดแก๊สและสารใหม่นี้ยืนยันว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และย้อนกลับไม่ได้ → ตอบข้อ 3 · ขั้นตอนที่ 4 การนวดเป็นการออกแรงกดคลึงให้ส่วนผสมเข้ากันและเรียงตัวใหม่ ไม่มีสารใหม่เกิดขึ้น = ทางกายภาพ
🎉 ทำครบทุกข้อแล้ว! เก่งมากค่ะ