✏️ การบ้าน · Quiz วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570
🏷️ ตะลุยข้อสอบวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 30 · การบ้านจากเล่มจริง 4 ข้อ
📖
เปิดหนังสือหน้า 283-284 ตามไปด้วยได้เลยนะคะ
✏️ การบ้านข้อ 1 — เปิดหลอดไฟวางไว้หลังม่านพลาส…
ข้อ 1
เปิดหลอดไฟวางไว้หลังม่านพลาสติก พบว่าหากมองจากด้านหน้าจะเห็นเป็นเพียงแสงสว่างฟุ้ง ๆ ไม่เห็นรูปร่างของหลอดไฟชัดเจน เพราะเหตุใด
📝 ข้อนี้เป็นข้อเขียนตอบ ไม่มีตัวเลือก — ลองเขียนคำตอบเองก่อนแล้วค่อยดูเฉลยนะคะ
🔊 ฟังโจทย์
👀 ดูเฉลย
เฉลย: เพราะม่านพลาสติกเป็นวัสดุโปร่งแสง ซึ่งยอมให้แสงผ่านได้เพียงบางส่วน และแสงที่ผ่านออกมาถูกกระเจิงหรือหักเหกระจายไปหลายทิศทาง จึงเห็นเพียงแสงฟุ้ง ๆ และรูปร่างลาง ๆ ไม่ชัดเจน
🔊 ฟังเฉลยเต็มๆ
เราแบ่งวัสดุตามการยอมให้แสงผ่านได้เป็น 3 กลุ่ม · กลุ่มที่ 1 วัสดุโปร่งใส เช่น กระจกใส น้ำใส แสงผ่านได้เกือบทั้งหมดและเดินทางเป็นเส้นตรงต่อไป เราจึงมองเห็นวัตถุที่อยู่ด้านหลังได้ชัดเจนเหมือนไม่มีอะไรกั้น · กลุ่มที่ 2 วัสดุโปร่งแสง เช่น ม่านพลาสติก กระดาษไข กระจกฝ้า แสงผ่านได้เพียงบางส่วน และในขณะที่ผ่านเนื้อวัสดุ แสงจะถูกกระเจิงและหักเหไปในทิศทางต่าง ๆ จนไม่รวมกันเป็นภาพเดิม เราจึงเห็นเพียงแสงสว่างฟุ้งกระจายและเงาลาง ๆ · กลุ่มที่ 3 วัสดุทึบแสง เช่น ไม้ กระดาษแข็ง โลหะ แสงผ่านไม่ได้เลย จึงเกิดเงามืดด้านหลัง · กรณีของโจทย์ ม่านพลาสติกอยู่ในกลุ่มโปร่งแสง แสงจากหลอดไฟจึงผ่านออกมาได้แต่กระจัดกระจาย เราจึงรู้ว่ามีแสงอยู่ด้านหลังแต่บอกรูปร่างที่แน่ชัดของหลอดไฟไม่ได้
✅ เกณฑ์ให้คะแนน: ต้องมีคำว่า 'โปร่งแสง' + อธิบายว่าแสงผ่านได้บางส่วนและกระเจิง/หักเหกระจายจึงเห็นไม่ชัด
✏️ การบ้านข้อ 2 — เหตุใดเราจึงมองเห็นดวงจันทร์…
ข้อ 2
เหตุใดเราจึงมองเห็นดวงจันทร์ได้
1. ดวงจันทร์มีขนาดใหญ่มาก
2. ดวงจันทร์มีแสงสว่างในตัวเอง
3. โลกสะท้อนแสงอาทิตย์ไปยังดวงจันทร์
4. ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์มายังโลก
🔊 ฟังโจทย์
👀 ดูเฉลย
เฉลย: ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์มายังโลก
🔊 ฟังเฉลยเต็มๆ
การที่เราจะมองเห็นวัตถุใดได้ ต้องมีแสงจากวัตถุนั้นเดินทางเข้าสู่ตาเรา ซึ่งเป็นไปได้ 2 ทาง คือวัตถุนั้นเปล่งแสงเอง หรือวัตถุนั้นสะท้อนแสงจากแหล่งอื่น · ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลกที่มีพื้นผิวเป็นหินและฝุ่น ไม่มีปฏิกิริยาผลิตพลังงานภายในเหมือนดาวฤกษ์ จึงไม่มีแสงสว่างในตัวเอง · แต่เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ส่องมากระทบพื้นผิวดวงจันทร์ พื้นผิวนั้นสะท้อนแสงบางส่วนกลับมายังโลกและเข้าสู่ตาเรา เราจึงมองเห็นดวงจันทร์สว่างในเวลากลางคืน → ตอบข้อ 4 · ตัดข้อ 1 ขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้มองเห็นได้ ถ้าไม่มีแสงก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดี อีกทั้งดวงจันทร์ยังเล็กกว่าโลกมาก · ตัดข้อ 2 ผิดตามหลักวิชา ดวงจันทร์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง · ตัดข้อ 3 แสงที่โลกสะท้อนไปยังดวงจันทร์มีอยู่จริงแต่น้อยมาก ทำให้เห็นด้านมืดของดวงจันทร์เรืองจาง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์
✏️ การบ้านข้อ 3 — ในห้องปฏิบัติการเคมี นักเรีย…
ข้อ 3
ในห้องปฏิบัติการเคมี นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสาร 4 กรณีดังนี้ · 1 เกล็ดไอโอดีนได้รับความร้อนแล้วกลายเป็นไอสีม่วง · 2 เติมสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ลงในน้ำปูนใสแล้วเกิดตะกอนขาว · 3 หยดกรดไฮโดรคลอริกลงบนหินปูนแล้วเกิดฟองแก๊ส · 4 การเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะที่ช่องแช่แข็ง · ข้อใดจัดจำแนกประเภทของการเปลี่ยนแปลงได้ถูกต้อง
1. 1 และ 4 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
2. 2 และ 3 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
3. 1 และ 4 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพราะไม่มีสารใหม่เกิดขึ้น
4. 2 และ 3 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะสถานะของสารเหมือนเดิม
🔊 ฟังโจทย์
👀 ดูเฉลย
เฉลย: 1 และ 4 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพราะไม่มีสารใหม่เกิดขึ้น
🔊 ฟังเฉลยเต็มๆ
ขั้นที่ 1 จำแนกแต่ละกรณีก่อน · กรณีที่ 1 เกล็ดไอโอดีนได้รับความร้อนแล้วกลายเป็นไอสีม่วง คือการระเหิดจากของแข็งเป็นแก๊สโดยตรง สารยังเป็นไอโอดีนเหมือนเดิม เมื่อเย็นลงก็กลับเป็นเกล็ดได้ = ทางกายภาพ · กรณีที่ 2 เกิดตะกอนสีขาว การเกิดตะกอนเป็นสัญญาณของการเกิดสารใหม่ที่ไม่ละลายน้ำ = ทางเคมี · กรณีที่ 3 หยดกรดลงบนหินปูนแล้วเกิดฟองแก๊ส แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นคือสารใหม่ = ทางเคมี · กรณีที่ 4 เกล็ดน้ำแข็งเกาะที่ช่องแช่แข็ง เกิดจากไอน้ำในอากาศเย็นลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง เป็นการเปลี่ยนสถานะ สารยังเป็นน้ำเหมือนเดิม = ทางกายภาพ · ขั้นที่ 2 ตรวจตัวเลือก · ข้อ 1 ผิด เพราะ 1 และ 4 เป็นทางกายภาพ ไม่ใช่ทางเคมี · ข้อ 2 ผิด เพราะ 2 และ 3 เป็นทางเคมี ไม่ใช่ทางกายภาพ · ข้อ 3 ถูกทั้งการจำแนกและเหตุผล คือ 1 และ 4 เป็นทางกายภาพเพราะไม่มีสารใหม่เกิดขึ้น → เป็นคำตอบ · ข้อ 4 จำแนกถูกว่า 2 และ 3 เป็นทางเคมี แต่ให้เหตุผลผิด เพราะเกณฑ์ของการเปลี่ยนแปลงทางเคมีคือการเกิดสารใหม่ ไม่ใช่การที่สถานะเหมือนเดิม
✏️ การบ้านข้อ 4 — จงพิจารณาข้อความเกี่ยวกับส่ว…
ข้อ 4
จงพิจารณาข้อความเกี่ยวกับส่วนประกอบของพืชและหน้าที่ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ · A. ดอกเป็นบริเวณที่ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก · B. แครอทมีส่วนของรากที่นอกจากทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุแล้ว ยังสะสมอาหารได้ด้วย · C. ใบพืชสามารถเกิดกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างอาหารได้เนื่องจากมีคลอโรฟิลล์ · D. ลำต้นและรากพืชมักมีลักษณะเป็นข้อและปล้อง ภายในมีท่อลำเลียงน้ำและท่อลำเลียงอาหาร · ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. A, B และ C เท่านั้น
2. B, C และ D เท่านั้น
3. A, C และ D เท่านั้น
4. A, B, C และ D
🔊 ฟังโจทย์
👀 ดูเฉลย
เฉลย: A, B และ C เท่านั้น
🔊 ฟังเฉลยเต็มๆ
ตรวจทีละข้อความ · A ถูก ดอกเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชดอก ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ที่สร้างละอองเรณู และเกสรเพศเมียที่มีรังไข่บรรจุออวุล เมื่อเกิดการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ทั้งสองจึงเป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ · B ถูก แครอทเป็นรากแก้วที่พองโตทำหน้าที่สะสมอาหารประเภทน้ำตาลและแป้ง ควบคู่กับหน้าที่ดั้งเดิมของรากคือดูดน้ำและแร่ธาตุ · C ถูก ใบมีคลอโรพลาสต์ซึ่งภายในมีคลอโรฟิลล์ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง แล้วนำมาใช้เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำเป็นน้ำตาลกลูโคสและแก๊สออกซิเจน · D ผิด เพราะ 'ข้อและปล้อง' เป็นลักษณะเฉพาะของลำต้นเท่านั้น ข้อคือตำแหน่งที่มีตาและใบงอกออกมา ส่วนปล้องคือช่วงระหว่างข้อ · รากไม่มีข้อและไม่มีปล้อง ไม่มีตาและไม่มีใบงอก จึงเป็นจุดที่ใช้แยกรากออกจากลำต้นใต้ดินได้ · เมื่อ A B และ C ถูก แต่ D ผิด คำตอบจึงเป็นข้อ 1
🎉 ทำครบทุกข้อแล้ว! เก่งมากค่ะ